QR code ดูเหมือนกับลิงก์ แต่จริง ๆ แล้วจะคล้ายกับกุญแจมากกว่า ในโค้ดจะใส่รายละเอียดที่โทรศัพท์ต้องใช้ในการดึงแผนบริการหนึ่งจากเซิร์ฟเวอร์หนึ่ง และการสแกนนั้นถือเป็นขั้นตอนติดตั้งโดยตรง ไม่ใช่แค่ส่วนของกระบวนการ
นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมการใช้งานจึงใช้ได้ครั้งเดียว และการตัดสินใจในรายละเอียดเล็กน้อยนั้นสำคัญมากกว่าที่คิด
- ติดตั้งได้ 1 ครั้งต่อโค้ด
- 1
- ข้อความที่ต้องกรอกเมื่อลงมือพิมพ์เอง
- 2
- เวลาติดตั้งหลังสแกนแค่ไม่กี่วินาที
- Seconds
โค้ดนี้มีข้อมูลอะไร
รหัสเปิดใช้งาน eSIM มี 3 ส่วน: ตัวยืนยันรูปแบบ, ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์ที่เก็บแผน และตัวระบุที่ชี้ไปยังแผนของคุณในเซิร์ฟเวอร์นั้น QR code คือการเขียนสามส่วนนี้ให้อ่านได้ด้วยกล้อง
ภายในโค้ดนี้ไม่ใช่รหัสผ่านในความหมายทั่วไป แต่เหมือนบัตรรับสิทธิ์ ใครก็ตามที่ถืออยู่สามารถรับแผนไปได้ นี่คือสาเหตุที่ควรปฏิบัติตามคำแนะนำทุกข้อด้านล่าง

ได้รับโค้ดนี้ที่ไหน
โค้ดจะมาสองทาง และคุณควรตรวจสอบให้พร้อมใช้งานทั้งสองแบบก่อนเดินทาง
ช่องทางแรกคือหน้าจอ ตอนซื้อเสร็จ อีกช่องทางคืออีเมล ซึ่งสำคัญในภายหลังเพราะอีเมลจะมีที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และรหัสเปิดใช้งานในรูปข้อความ
ควรบันทึกทั้งในโทรศัพท์ก่อนออกเดินทาง ภาพหน้าจอ QR code ที่เก็บในอัลบั้มรูปจะใช้ได้แม้อีเมลโหลดไม่ขึ้น สิ่งที่ไม่ควรทำคือไปถึงสนามบินโดยไม่มีอินเทอร์เน็ต แอปอีเมลต้องออนไลน์ และยังไม่เคยเห็นโค้ดมาก่อน
วิธีสแกน
ขั้นตอนติดตั้งอยู่ในเมนูการตั้งค่าโทรศัพท์ ไม่ใช่แอปกล้อง ซึ่งจุดนี้หลายคนมักเข้าใจผิด
บน iPhone ให้เปิด การตั้งค่า ไปที่ส่วนข้อมูลมือถือ แล้วเลือก เพิ่ม eSIM หรือ เพิ่มแพ็กเกจโทรศัพท์ สำหรับ Android ก็คล้ายกัน: เปิดตั้งค่า จากนั้นเครือข่ายหรือการเชื่อมต่อ เลือก SIM แล้วเพิ่ม eSIM ไม่ว่าฝั่งใด โทรศัพท์จะให้เลือกสแกนโค้ดหรือกรอกข้อมูลด้วยตนเอง
เพียงเล็งกล้องไปยังโค้ดและรอ โทรศัพท์จะอ่านโค้ด ติดต่อเซิร์ฟเวอร์ และติดตั้งโปรไฟล์ คุณจะถูกถามให้ตั้งชื่อเบอร์ใหม่ ซึ่งควรตั้งชื่อชัดเจน เพราะใช้ง่ายเวลาเดินทางมากกว่าเช่น Travel แทนที่ Secondary
ตั้งแต่ซื้อจนใช้งานอินเทอร์เน็ตได้
ขณะชำระเงิน
ชำระเงินและจองแผนให้คุณ
แผนบริการยังไม่ได้ติดตั้ง แต่อยู่ในเซิร์ฟเวอร์ผู้ให้บริการ รอการใช้งานจากโทรศัพท์ของคุณ
อีกไม่กี่วินาทีถัดมา
คุณได้รับโค้ด
QR code จะแสดงบนหน้าจอและถูกส่งทางอีเมล พร้อมที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และรหัสเปิดใช้งาน บันทึกไว้ในที่ที่เข้าถึงโดยไม่ต้องใช้เน็ต
ขณะอยู่บ้าน
คุณสแกนโค้ด
เข้าเมนูตั้งค่าโทรศัพท์แล้วไปที่ตัวเลือกเพิ่มแผน โทรศัพท์จะติดต่อเซิร์ฟเวอร์ ดาวน์โหลดโปรไฟล์ และเพิ่มเบอร์ใหม่ โดยแถวนี้จะปิดไว้โดยอัตโนมัติ
เมื่อเดินทางถึง
คุณเปิดใช้งานเบอร์ใหม่
เปิดเบอร์สำหรับเดินทางและตั้งค่าให้ใช้เน็ตมือถือ แผนจะเริ่มนับเวลาตั้งแต่ที่เปิด ไม่ใช่วันที่ติดตั้ง
หากสแกนไม่ผ่านต้องทำอย่างไร
ปัญหาหลักที่พบบ่อยมี 3 ข้อ และทุกข้อไม่ได้หมายความว่าแผนจะเสียไป
ข้อแรก โค้ดสกปรกหรือแสงสว่างไม่เพียงพอ โค้ดที่แสดงบนหน้าจอกับแสงน้อย หรือพิมพ์แล้วพับมากก็อ่านไม่ออก ให้เพิ่มความสว่างหรือถอยโทรศัพท์ให้ไกลขึ้น
ข้อที่สอง โทรศัพท์ไม่ยอมรับโค้ด มักเกิดจากติดล็อกเครือข่าย เป็นปัญหาเครื่องไม่ใช่โค้ด และการสแกนซ้ำจะไม่ช่วย
ข้อที่สาม โค้ดเคยใช้งานมาแล้ว หากคุณเคยสแกนแล้วติดตั้งค้างอยู่กลางทาง แผนอาจถูกอ้างสิทธิ์ไปแล้ว ให้ติดต่อบริษัทที่ขายให้ เพราะพวกเขาสามารถตรวจเช็กสถานะและออกโค้ดใหม่ได้
หากกล้องไม่ค่อยร่วมมือ ให้เลือกกรอกข้อมูลเอง ทุก eSIM จะมีที่อยู่เซิร์ฟเวอร์และรหัสเปิดใช้งานข้าง QR code เลือกป้อนมือแล้วกรอกทั้งคู่ เป็นแผนแบบเดิมแต่จะใช้เวลาเพิ่มหน่อย
ทำไมไม่ควรนำโค้ดไปแบ่งปัน
อย่านำภาพหน้าจอ QR code ไปโพสต์ในกลุ่มหรือแชทถามว่าใช้งานได้หรือไม่ อย่าส่งภาพให้เพื่อนอ่าน หรือถ่ายรูปทิ้งไว้ในอัลบั้มแบบแชร์
เพราะโทรศัพท์เครื่องแรกที่ติดตั้งโค้ดจะได้รับแผน ไม่มีการยืนยันสองขั้นตอนหรือการแจ้งเตือน คนที่ได้โค้ดกับเครื่องที่ปลดล็อกแล้วจะนำแผนไปได้ก่อน
กับโค้ดข้อความก็เช่นกัน ถ้าโพสต์ที่อยู่เซิร์ฟเวอร์กับรหัสในที่สาธารณะ ถือว่าแชร์แผนไปแล้ว
เก็บโค้ดไว้อย่างไรหลังติดตั้ง
เมื่อแผนติดตั้งและใช้งานได้แล้ว โค้ดก็หมดหน้าที่ของมัน ควรเก็บอีเมลไว้เสมอ เพราะถือเป็นหลักฐานว่าคุณซื้ออะไรและเมื่อไหร่ และจะถูกร้องขอหากติดต่อฝ่ายสนับสนุน
อย่าลบข้อมูลใด ๆ จนกว่าทริปจะจบ และได้เช็กว่าแผนหมดตามปกติแล้ว โค้ดที่ใช้ไปแล้วจะไม่สามารถใช้ซ้ำได้ แต่เมลยืนยันการสั่งซื้อยังเป็นหลักฐาน และการแก้ปัญหาจะง่ายกว่าหากมีไว้ในมือตั้งแต่ต้น
ก่อนสแกน
0/8
ถ้าคุณอยากเข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับ eSIM อธิบายรายละเอียด และ eSIM กับซิมการ์ดแบบปกติ ช่วยเปรียบเทียบทั้งสองแบบ






